ร้านอร่อยในตำนาน
1 สำราญก๋วยเตี๋ยวเป็ด ถ้าใครที่ชื่นชอบรสชาติก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้าน ส.รุ่งเรืองแล้วขอบอกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดนายสำราญ อร่อยไม่แพ้กันเรียกว่ารสชาติเดียวกันเลยก้อว่าได้ เนื่องจากนายสำราญเป็นลูกจ้างร้านส.รุ่งเรืองมานาน จนแต่งงานมีครอบครัวเลยแยกตัวออกมาขายเอง ร้านนายสำราญตั้งอยู่ในตัวตลาดขายเฉพาะตอนกลางวัน ราคาไม่แพงใครผ่านไปผ่านมาลองแวะไปทานดูนะ
2.บะหมี่เกี๊ยวร้านเฮียเลิศ หนึ่งในตำนานร้านอร่อยของนางเลิ้ง ร้านนี้เปิดขายริมถนนนครสวรรค์ ฝั่งเดียวกับตลาดแต่เลยซอยหน้าตลาดขึ้นมาอีกหนึ่งซอยเมื้อก่อนเป็นรถเข็นตั้งโต๊ะกินกันริมถนน เดี๋ยวนี้พัฒนาแล้วด้วยการขยายร้านเป็นตึกแถวข้างๆรถเข็นเป็นห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำสหรับลูกค้าขี้ร้อน (อันตึกแถวนี้แต่เดิมเป็นร้านตัดเสื้อผ้าชื่อร้านภูมิพันธ์ ตอนนี้เข้าใจว่าเลิกกิจการไปแล้วร้านเฮียเลิศเข้ามาtake overไป)บะหมี่ร้านนนี้อร่อยมาก มีดีที่เส้นเหนียวนุ่ม หมูย่าง หมูกรอบ ทำเอง ย่างเอง บะหมี่ปูที่มีเนื้อีปูสดล้วนๆแกะมาเสร็จสรรพ ร้านนี้ขายมาตั้งแต่เฮียเลิศหนุ่มๆจนตอนนี้เป็นทายาทรุ่นที่สอง ลูกสาวสองคนของอาเฮียรับช่วงต่อ ถ้าจัดอันดับร้านบะหมี่ในนางเลิ้งแล้ว ร้านนี้ให้ที่1 เคยขึ้นโต๊ะเสวยของในหลวงรัชกาลที่9และสมเด็จพระราชินีด้วย และทรงซื้อมาพระราชทานแก่พสกนิกรที่มาเฝ้าเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วย ร้านนี้เปิดขายช่วงเย็นเวลาประมาณ5โมงเย็นถึงเที่ยงคืนถ้ามาช่วงกลางวันจะไม่เจอเนื่องจากเจ้าของยังไม่เข็นรถออกมาตั้งร้านจ้า
3.ร้านข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งตำนานความอร่อยของตลาดนางเลิ้งร้านนี้เปิดขายมากว่ากว่า70ปี ตั้งแต่เจ๊แกยังสาวๆ แกงกะหรี่ของเขามีดีที่รสชาติเข้มข้นของข้าวราดแกงกะหรี่หมูและสตูลิ้นหมู (เมื่อก่อนมีกะหรี่เนื้อกับสตูเนื้อด้วย) โรยแตงกวามาแก้เลี่ยน แกล้มด้วยใข่ต้มยางมะตูม หรือใข่พะโล้หรือจะเป็นกุนเชียงก้อได้ เอาที่สบายใจ รับระกันความอร่อยไม่แพ้กัน จานละสามสิบบาทอร่อยว่าในห้างที่ราคาเป็นร้อยเป็นไหนๆ ผ่านมาผ่านไปนางเลิ้งลองแวะชิมดูนะ ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณหลังตลาด เป็นตึกแถวโบราณริมถนนศุภมิตร ถนนเส้นเดียวกับสำนักงานเขตป้อมปราบ ถ้ามาทางหน้าตลาดต้องเดินนิดนึงคือเดินทะลุตัวตลาดขี้นมาเลยถามชาวบ้านแถวนั่นก้อได้ว่าร้านแกงกะหรี่ไปทางไหนในตลาดนางเลิ้งมีอยู่เจ้าเดียว ถ้าขับรถมาทางถนนกรุงเกษมสาใมารถหาที่จอดรถริมคลองแ้ล้วเดินตัดถนนเข้ามาได้แต่ส่วนมากไม่มีที่จอด แนะนำว่าอย่าเสี่ยงขับเข้ามาในถนนศุภมิตรเพราะจะไม่มที่จอดเนื่องจากเจ้าของบ้านตึกแถวจะเอารถตัวเองจอดเต็มหมด ถ้าริมคลองผดุงไม่มีที่จอดแนะนำให้ขับเลยไปจอดที่วัดโสมหาที่จอดได้ง่ายกว่าเดินไกลนิดนึงแต่ไม่น่าเบื่อเเพราะระหว่างทางต้องเดินผ่านตลาดที่เต็มไปด้วยของกินอร่อยในตำนาน อย่ากินเจ้าอื่นเพลินจนอิ่มซะก่อน สำหรับคนที่จะมารถประจำทางให้นั่งรถเมล์สาย53วิ่งผ่านริมคลองลงแล้วเดินเข้ามาง่ายนิดเดียว ร้านนี้เปิดขายกลางวันจันทร์ถึงศุกร์เจ็ดโมงเช้าถึงบ่ายสองเท่านั้นนะ มาสายกว่านี้เแป็นอันอดเพราะหมดแล้ว
4.ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส.รุ่งโรจน์ เป็นร้านโบราณขายมาหลายรุ่น รุ่นนี้นับเป็นรุ่นที่3 สมัยฉันเด็กๆร้านนี้ขายชามละสามบาท เมนูมีแค่ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่และบะหมี่เท่านั้น แม่เล่าว่าสมัยแม่สาวๆขายอยู่ชามละสลึงพาลูกสา่มคนมากินคนละชามรวมแม่อีกชามแค่1บาท อิ่มกันทั้งบ้าน ร้านนี้มีดีที่น้ำซุปเข้่มข้นหวานน้ำต้มกระดูก ตัวเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มและเป็ดแกก้อตุ๋นมาจนนิ่ม ปัจจุบันมีการพัฒนารายการอาหารขึ้นมาอีกหลายเมนู พร้อมกับขึ้นราคาไปตามสภาพเศรษฐกิจ เช่น หอยจ๊อ (70 บาท) กระเพาะเป็ด (80 บาท) ยำเป็ดพะโล้ทอดกรอบ (140 บาท) เนื้อเป็ดพะโล้ (100 บาท) เป็นต้น
ร้านนี้เป็นตึกแถวอยู่ในตัวตลาดถ้าเดินมาจากหน้าตลาดเข้ามาให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปอีกสามสี่คูหาก้อจะเจอ สมัยก่อนเป็นร้านห้องเดียวไม่มีแอร์ไม่มีพัดลม ตอนนี้พัฒนามีสองห้องกับอีกหนึ่งคูหาฝั่งตรงข้าม มีโซนติดแอร์๋ให้เลือกนั่งเพิ่มราคาขึ้นมาจานละ5บาทแต่ก้อเย็นสบายดี
5.ร้านข้าวหน้าเป็ดจิ๊บกี่ เป็ดย่างร้านนี้อร่อยสุดยอดแต่มีคนเขียนถึงน้อยมากถ้าเทียบกับการพูดถึงร้านอาหารดังย่านนางเลิ้ง ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนนครสวรรค์ตรงทางม้าลายหน้าตลาดพอดี ร้านนี้จะขายแค่ช่วงเช้าประมาณเจ็ดโมงถึงเที่ยงก็หมด ถ้าไปหลังเที่ยงก็ไม่ได้ทานแล้วอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือไปแล้วร้านปิดเลยไม่ได้ลองทานนั่นเอง น้ำราดเป็ดร้านนี้ไม่เหมือนที่อื่นที่จะออกหวานนำ แต่น้ำเป็ดร้านจิ๊บกี่ม่หวานเลย รสกลมกล่อมแล้วหอมมาก เหมือนน้ำราดเป็ดย่างโบราณ เนื้อเป็ดนุ่มหนังกรอบอร่อยเป็นที่สุด ที่เด็ดสุดคือน้ำซุปเป็ดตุ๋น โถละ20 บาท มีปีกเป็ดตุ๋นใส่มาให้ด้วย 1 ชิ้น รสชาติกลมกล่อมแบบซุปตุ๋นโบราณเหมือนทานซุปเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ก็อมีหมูแดงหมูกรอบ อร่อยไม่แพ้กัน ส่วนมากลูกค้าจะสั่งมาแบบจานรวมคือมีทั้งเป็ดทั้งหมูกรอก หรือไม่ก้อเป็ดอย่าเดียวราคาจานละ110 บาท จานหนึ่งทานกันได้หนึ่งหรือสองคนพอดีๆราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับรสชาติ อร่อยกว่าที่เคยไปกินจานละ200 ที่อื่นอีก สั่งเป็ดย่างมากินกับข้าวเปล่า1จาน ซุป1 ถ้วย ฟินเว่อร์ อร่อยไม่แพ้เป็ดร้านดังๆหรืออาจจะอร่อยกว่า ถูกกว่าด้วย แต่ต้องรีบไปเช้าหน่อยนะหลังเที่ยงถึงบ่ายโมงอาจจะยังพอได้กินอยู่แต่หลังบ่ายโมงแล้วรับรองอดจ้า
6.ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊นา อีกหนึ่งตำนานร้านอร่อยที่ไม่ค่อยมีคนเอ่ยถึง ร้านนี้ขายกันมาหลายสิบปีอย่างน้อยมีเจ็ดสิบปีขึ้น ร้านนี้เป็นตึกแถวโบราณตั้งอยู่ในตัวตลาด ถ้าเดินเข้ามาจากหน้าตลาดแล้วเลี้ยวซ้ายห้องที่สองเจอเลย อย่แถวเดียวกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส.รุ่งโรจน์นั่นแหละ สมัยผู้เขียนเด็กๆเป็นรุ่นพ่อแกขายชื่ออาจก เมียแกชื่อเจ๊ไน๊ เมื่อก่อนเรียกร้านแกว่าร้านอาจก ตอนเช้าแกขายโจ๊ก สายๆมีคนมาขายข้าวแช่(ตอนนี้ย้ายร้านไปแล้ว) พอตกเย็นก้อจะจัดเต็มขายทั้งโจ๊ก ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว มีทั้งไก่ ทั้งหมู ทั้งปลา ร้านนี้รสชาติอร่อยเข้มข้น จัดจ้าน ถึงรสต้นตำหรับ เมนูเด็ดเมื่อก่อนของร้านนี้คือข้ามต้มปลา ข้าวต้มบ๊ะเต็ง ต้มยำหัวปลา ข้าต้มลาแกจะใส่เครื่องปรุงแบบโบราณ มีน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเด็ดจิ้มดับคาว บางคนก้อสั่งปลาลวกหรือต้มยำปลามากินแกล้มเบีนร์เย็นๆก้อฟินไปอีกแบบ เมื่อก่อนร้านแกขายถึงตีสองตีสาม รองรับนักพนันและนักท่อราตรี ที่ทั้งเที่ยวทั้งเล่นจนหมดแรงมาแวะกินกันคนละชามสองขามก่อนกลับบ้าน ปัจจุบันนี้อาจกกับเจ๊ไน๊ไม่ได้ขายแล้วแต่เป็นเจ๊นาหลานสาวที่ช่วยแกขายมาตั้งแต่ยังสาวจนตอนนี้เลื่อนมาเป็นแม่ครัวมือหนึ่งกับเจ๊ศิริพร ลลูกสาวเป็นแม่ครัวมือสอง ร้านนี้จึงเปลียนชื่อจากร้านอาจกมาเป็นร้านเจ๊นา เมนูเด็ดที่คนติดอกติดใจตอนนี้ก้อเป็นก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่หรือคั่วทะเล ส่วนเ้มนูข้าวต้มก้อยังมีอยู่รสชาติอาจจะสู้สมัยอาจกขายเองไม่ได้แต่ก้อจัดไดก้ว่าอร่อยอยู่ ผ่านมานางเลิ้งยามกลางคืนแวะมาลองสักครั้ง

7.ขนมเบื้อง ลุงน้อย อันว่าร้านขนมเบื้องลุงน้อยนี้คงไม่ต้องเขียนเชียร์อะไรมากมายเพราะตอนนี้แกดังไปถึงไหนๆ เสิชกูเกิ้ลขี้นหน้าหนี่งเต็มไปหมด แถมประวัตินิดนึง ร้านลุงน้อยนี้เมื่อก่อนแกขายดอกไม้ อย่างเดียวแล้วก้อชอบเลี้ยงหมาพันธ์ใหญ่ๆ หลายตัวพวกเกตเดน อัลเซเชี่ยน แกเอาหมามานั่งเรียกลูกค้าวันละตัวสองตัว ต่อมาแกก้อเปลี่ยนมาขายขนมเบื้องโบราณอย่างเดียวก่อน แม้จะอร่อยแต่ไม่มีคนรู้จักเลยยังไม่ดังมาก แต่ตอนนี้ยุคฟื้นฟูลุงน้อยแกเลยขายทั้งเบื้องไทยเบื้องญวณดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว วันก่อนผ่านไปไม่เห็นหมาแกแล้วไม่ทราบว่ายังเลี้ยงอยู่หรือป่าว ต้องยอมรับว่าขนมแกอร่อยจริงอะไรจริง เสน่ห์อยู่ที่สูตรโบราณถึงเครื่องถึงรส ในขณะที่ขนมเบื้องสมัยใหม่จะใช้น้ำตาลทรายกับครีมขาวๆหวานๆเพิ่มความอ้วน แต่ขนมเบื้องสูตรโบราณของลุงน่้อยแกใช้น้ำตาลมะพร้าวผสมใข่ขาวได้ทั้งความหอมอร่อยของมะพร้าวผสมใข่ขาว เครื่องขนมของแกใส่เยอะมากทั้งฝอยทอง มะพร้าว ลูกเกด ลูกพลับ พุดทราจีน แอบขโมยสูตรมาให้ดู ( สำหรับไส้ขนมเบื้องไทยมี 2 ไส้ให้เลือกกิน คือ ไส้เค็ม โดยจะใส่มะพร้าวที่ปรุงเครื่องไว้แล้วลงไป ซึ่งได้จากการที่นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดเป็นเส้น แล้วผัดกับเครื่องพริกไทย รากผักชี ใส่มันกุ้งกับเนื้อกุ้งผสมลงไปด้วยผัดให้เข้ากันมีกลิ่นหอม แล้วก็โรยผักชีเพิ่มความหอม ได้ขนมเบื้องไส้เค็มที่แป้งบางกรอบ เคี้ยวกรุบเข้ากับไส้มะพร้าวเคี้ยวมันปาก ออกรสเข้มข้นถึงเครื่องพริกไทยดีแท้
ส่วนอีกไส้คือ ไส้หวาน จะใส่ฝอยทองที่คัดสรรมาอย่างดีจากเมืองเพชรบุรี ใส่ลูกเกดและพุทราจีนด้วย โรยด้วยงาขาวคั่วเองหอมๆ อีกที (ไส้หวานสามารถบอกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรบ้าง) ไส้หวานรสชาติถูกปากกับฝอยทองนุ่มหวานลิ้น เคี้ยวเพลินปากกับลูกเกดและพุทธราจีน แป้งขนมเบื้องบางกรอบ )ด้วยสนนราคา6ชิ้น50บาท คุ้มเกินคุ้ม กินเพลินเกินห้ามใจแป๊บเดียวหมดถุง ร้านแกตั้งอยู่ริมถนนหน้าตลาดตรงซอยนครสวรรค์ 4 หาง่ายมากหาไม่เจอให้ถามเค้า มีร้านเดียว ผ่านมาผ่านไปแวะไปลองไม่ผิดหวังครับ

7.ขนมเบื้อง ลุงน้อย อันว่าร้านขนมเบื้องลุงน้อยนี้คงไม่ต้องเขียนเชียร์อะไรมากมายเพราะตอนนี้แกดังไปถึงไหนๆ เสิชกูเกิ้ลขี้นหน้าหนี่งเต็มไปหมด แถมประวัตินิดนึง ร้านลุงน้อยนี้เมื่อก่อนแกขายดอกไม้ อย่างเดียวแล้วก้อชอบเลี้ยงหมาพันธ์ใหญ่ๆ หลายตัวพวกเกตเดน อัลเซเชี่ยน แกเอาหมามานั่งเรียกลูกค้าวันละตัวสองตัว ต่อมาแกก้อเปลี่ยนมาขายขนมเบื้องโบราณอย่างเดียวก่อน แม้จะอร่อยแต่ไม่มีคนรู้จักเลยยังไม่ดังมาก แต่ตอนนี้ยุคฟื้นฟูลุงน้อยแกเลยขายทั้งเบื้องไทยเบื้องญวณดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว วันก่อนผ่านไปไม่เห็นหมาแกแล้วไม่ทราบว่ายังเลี้ยงอยู่หรือป่าว ต้องยอมรับว่าขนมแกอร่อยจริงอะไรจริง เสน่ห์อยู่ที่สูตรโบราณถึงเครื่องถึงรส ในขณะที่ขนมเบื้องสมัยใหม่จะใช้น้ำตาลทรายกับครีมขาวๆหวานๆเพิ่มความอ้วน แต่ขนมเบื้องสูตรโบราณของลุงน่้อยแกใช้น้ำตาลมะพร้าวผสมใข่ขาวได้ทั้งความหอมอร่อยของมะพร้าวผสมใข่ขาว เครื่องขนมของแกใส่เยอะมากทั้งฝอยทอง มะพร้าว ลูกเกด ลูกพลับ พุดทราจีน แอบขโมยสูตรมาให้ดู ( สำหรับไส้ขนมเบื้องไทยมี 2 ไส้ให้เลือกกิน คือ ไส้เค็ม โดยจะใส่มะพร้าวที่ปรุงเครื่องไว้แล้วลงไป ซึ่งได้จากการที่นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดเป็นเส้น แล้วผัดกับเครื่องพริกไทย รากผักชี ใส่มันกุ้งกับเนื้อกุ้งผสมลงไปด้วยผัดให้เข้ากันมีกลิ่นหอม แล้วก็โรยผักชีเพิ่มความหอม ได้ขนมเบื้องไส้เค็มที่แป้งบางกรอบ เคี้ยวกรุบเข้ากับไส้มะพร้าวเคี้ยวมันปาก ออกรสเข้มข้นถึงเครื่องพริกไทยดีแท้
ส่วนอีกไส้คือ ไส้หวาน จะใส่ฝอยทองที่คัดสรรมาอย่างดีจากเมืองเพชรบุรี ใส่ลูกเกดและพุทราจีนด้วย โรยด้วยงาขาวคั่วเองหอมๆ อีกที (ไส้หวานสามารถบอกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรบ้าง) ไส้หวานรสชาติถูกปากกับฝอยทองนุ่มหวานลิ้น เคี้ยวเพลินปากกับลูกเกดและพุทธราจีน แป้งขนมเบื้องบางกรอบ )ด้วยสนนราคา6ชิ้น50บาท คุ้มเกินคุ้ม กินเพลินเกินห้ามใจแป๊บเดียวหมดถุง ร้านแกตั้งอยู่ริมถนนหน้าตลาดตรงซอยนครสวรรค์ 4 หาง่ายมากหาไม่เจอให้ถามเค้า มีร้านเดียว ผ่านมาผ่านไปแวะไปลองไม่ผิดหวังครับ
8.สาคูร้านป้าอิ้ง อันว่าสาคูร้านป้าอิ้งแห่งตลาดนางเลิ้งนั้น ตอนนี้แกดังระเบิดระเบ้อติดหน้า1กูเกิ้ล ไปเรียบร้อยแล้วไม่อยากเขียนซ้ำกับเค้าเดี๋ยวจะหาว่าไปลอก แต่อยากเขียนถึงป้าอิ้งในความทรงจำที่ระลึกถึง ร้านสาคูป้าอิ้งดั้งเดิมนั้นมีอายุมากกว่า50ปีแล้ว เมื่อก่อนแกขายสาคูไส้หมูกับไส้กุ้ง แล้วก้อข้าวตังหน้าตั้ง แกกวนไส้สาคูเองทุกเย็นกลิ่นหอมหวลยวนใจไปถึงไหนๆ ข้างตังหน้าตั้งสูตรชาววังของแกนั้นมีดีที่น้ำจิ้มไม่รู้ททำยังไง เข้มข้นเผ็ดนิดๆ มีหมูสับผสมอยู่ด้วย ต่อมาจึงเพิ่มเมนูข้าวเกรียบปากหม้อ แบบนั่งทำกันสดๆ แป้งบางไส้หนา เป็นไส้หมูแบบที่ใช้ในไส้สาคู
ร้านของแกขายดิบขายดีจนต้องให้หลานๆจากต่างจังหวัดมาช่วยขาย ที่เป็นกำลังหลักๆมีอยู่สองคนคือพี่อิ๋วคนสวย (อิ๋วเย็นตาโฟ นางเลิ้ง) และพี่หน่อย (คนที่ขายปัจจุบัน)มาช่วยขาย ร้านสาคูของป้าอิ้งอยู่ตรงข้ามกับร้านขายผลไม้ของแม่ฉัน ป้าอิ้งกับแม่ของฉันเป็นเพื่อนกัน เวลามีงานบุญกฐิน ผ้าป่า งานวัดงานโยมแกจะเข้าแก็งค์ไปด้วยกันเป็นประจำ ตัวป้าอิ้งเป็นผู้ใหญ่ใจดี ธรรมมะธรรมโม ชอบทำบุญ ชอบฟังธรรมมะ แล้วก้อชอบเล่นหวยด้วย ตอนเล็กๆฉันสนิทกับพี่อิ๋วหลานสาวแกชอบไปนั่งเล่นนั่งคุยและบางทีก้อถึงแก่ไปนอนห้องแก่ที่ตรอกวัดโสมอยู่บ่อยๆ พี่อิ๋วคนสวยเป็นคนขยันทำทุกอย่างแทนป้าอิ้งได้หมด ด้วยความที่แกสวยก้อเลยมีอาเฮียลูกชายร้านของชำข้างบ้านมาขอแต่่งงานไป เลยไปเปิดร้านขายเย็นตาโฟ ใกล้ๆและยังขายอยู่ถึงปัจจุบัน เมื่อพี่อิ๋วแต่งงานหน้าที่หลักในการช่วยทำขนมและขายของจึงเป็นของพี่หน่อยแทน พี่หน่อยแกอยู่ช่วยทำขนม ขายของและดูแลป้าอิ้งจนถึงวัยชราทำขนมไม่ไหว ฉันเห็นป้าอิ้งครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อนเห็นแกเดินถือไม้เท้ามานั่งดูพี่หน่อยขายสาคู ปัจจุบันป้าอิ้งเสียชีวิตไปแล้ว ฉันนึกเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสไปงานศพแกแต่ก้อดีใจที่พี่หน่อยได้สืบทอดกิจการร้านสาคูของป้าอิ้งจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ขอให้ดวงวิญญาณของป้าอิ้งสู่สุคติบนสรวงสวรรค์ คิดถึงป้าอิ้งเสมอค่ะ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :Pornthip Buranarudee
Fanpage:สินค้านำเข้าจากต่างประเทศราคาถูก
website:www.99bahtkhaydee.com

























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น